โลโก้ The Market Code THE MARKET CODEถอดรหัสตลาดโลกเป็นภาษาคน
เงินคน 1%

HY OAS คืออะไร

ตอบสั้นที่สุด

HY OAS คือส่วนต่างดอกเบี้ยที่บริษัทเครดิตไม่ดีต้องจ่ายเพิ่มจากรัฐบาลสหรัฐ — ยิ่งตัวเลขนี้กว้าง แปลว่าตลาดยิ่งกลัวว่าจะมีคนใช้หนี้ไม่ได้

อธิบายแบบภาษาคน

ชื่อเต็มของมันคือ High Yield Option-Adjusted Spread ฟังดูน่ากลัว แต่ความคิดข้างหลังง่ายมาก ลองนึกว่าคุณเป็นคนปล่อยกู้ในหมู่บ้าน ถ้าลูกหนี้เป็นข้าราชการเงินเดือนประจำ คุณอาจคิดดอกเบี้ยไม่แพง เพราะมั่นใจว่าได้คืนแน่ แต่ถ้าลูกหนี้เป็นคนที่เพิ่งตกงานและมีหนี้อยู่แล้วหลายที่ คุณจะคิดดอกเบี้ยแพงกว่ามาก ส่วนต่างระหว่างสองอัตรานี้แหละคือสิ่งที่ HY OAS วัด เพียงแต่ทำในระดับทั้งตลาดพันธบัตรสหรัฐ

"High Yield" คือหุ้นกู้ของบริษัทที่เครดิตต่ำกว่าระดับน่าลงทุน คนในวงการบางทีเรียกตรง ๆ ว่าจังก์บอนด์ ส่วนตัวเทียบคือพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐซึ่งถือเป็นหนี้ที่ปลอดภัยที่สุดในโลก เมื่อเอาผลตอบแทนของสองอย่างมาลบกัน สิ่งที่เหลือคือ "ราคาของความกลัว" ล้วน ๆ ส่วนคำว่า Option-Adjusted แค่หมายความว่ามีการปรับตัวเลขให้หักผลของเงื่อนไขพิเศษบางอย่างในสัญญาหุ้นกู้ออกไปแล้ว เพื่อให้เทียบกันได้ตรง ๆ

เหตุผลที่คนในตลาดจับตาตัวเลขนี้มากกว่าตัวเลขความกลัวฝั่งหุ้น เพราะตลาดหนี้มักรู้ตัวก่อน บริษัทที่อ่อนแอไม่ได้ล้มเพราะราคาหุ้นลง มันล้มเพราะกู้เงินใหม่มาโปะหนี้เก่าไม่ได้ ดังนั้นเวลาส่วนต่างนี้เริ่มกว้างขึ้นเรื่อย ๆ มันกำลังบอกว่าคนที่มีหน้าที่ปล่อยกู้เริ่มไม่อยากปล่อยแล้ว ซึ่งเป็นเรื่องที่มาก่อนข่าวปิดกิจการเสมอ

วิธีอ่านค่าแบบง่ายที่สุดคือดูทิศทาง ไม่ใช่ตัวเลขเป๊ะ ๆ ถ้าส่วนต่างแคบและนิ่ง แปลว่าเงินยังไหลเวียนสบาย บริษัทอ่อนแอยังหาเงินกู้ได้ ถ้ามันกว้างขึ้นเร็วภายในไม่กี่สัปดาห์ แปลว่าประตูสินเชื่อกำลังปิด และนั่นคือสัญญาณที่คนบริหารเงินก้อนใหญ่ให้น้ำหนักมากกว่าข่าวพาดหัวเกือบทุกชนิด

ตัวอย่างจริงที่เคยเกิด

ในวิกฤตการเงินโลกปี 2008 และอีกครั้งในช่วงตลาดตกใจโควิดเดือนมีนาคม 2020 ส่วนต่างเครดิตหุ้นกู้เสี่ยงสูงกว้างขึ้นอย่างรุนแรงในเวลาสั้น ๆ สะท้อนว่าตลาดแทบไม่ยอมปล่อยกู้ให้บริษัทกลุ่มนี้เลยในช่วงเวลานั้น

สิ่งที่น่าสนใจของรอบปี 2020 คือส่วนต่างเริ่มแคบกลับหลังจากธนาคารกลางสหรัฐประกาศมาตรการเข้าพยุงตลาดตราสารหนี้ภาคเอกชน ซึ่งเป็นการส่งสัญญาณว่าจะไม่ปล่อยให้ตลาดสินเชื่อแข็งตัว การผ่อนคลายของส่วนต่างเครดิตครั้งนั้นเกิดขึ้นใกล้เคียงกับช่วงที่ตลาดหุ้นทำจุดต่ำสุดพอดี ซึ่งเป็นเหตุผลว่าทำไมหลายคนถึงบอกว่าถ้าจะดูอาการจริงของระบบ ให้ดูตลาดหนี้ก่อนตลาดหุ้น

เห็นคำนี้ในข่าว แปลว่าอะไร

คำที่มักโผล่มาคู่กันคือ "spreads are widening" กับ "spreads are tightening" ถ้าเห็นคำแรก แปลว่าความกลัวกำลังเพิ่ม ต้นทุนกู้ยืมของบริษัทอ่อนแอกำลังแพงขึ้น ถ้าเห็นคำหลัง แปลว่าความเชื่อมั่นกลับมา เงินเริ่มยอมเสี่ยงอีกครั้ง

คำเตือนที่ควรรู้คู่กันคือ ส่วนต่างที่แคบมาก ๆ ไม่ได้แปลว่าปลอดภัย มันแปลว่าตลาดกำลังคิดค่าความเสี่ยงถูกมาก ซึ่งอาจถูกเกินจริงก็ได้ ในภาษาของคนเก่าในตลาด ช่วงที่ทุกคนสบายใจที่สุด คือช่วงที่ค่าตอบแทนของการรับความเสี่ยงต่ำที่สุดพอดี

คำใกล้เคียง

เพจนี้เล่าเรื่องและให้ความรู้ ไม่ชี้เป้า ไม่แนะนำซื้อขายรายตัว