โลโก้ The Market Code THE MARKET CODEถอดรหัสตลาดโลกเป็นภาษาคน
เงินคน 1%

ธนาคารกลางซื้อทองเกินพันตัน 3 ปีติด

รหัสของเรื่องนี้

ผู้ซื้อกลุ่มนี้ไม่ต่อราคา ไม่รีบขาย และไม่ต้องรายงานผลรายไตรมาสให้ใคร — เวลาเงินแบบนี้เปลี่ยนที่เก็บของ มันไม่ใช่เรื่องของราคาระยะสั้น แต่เป็นเรื่องของความไว้ใจในระบบ

ตัวเลขที่เปลี่ยนไปแบบเงียบ ๆ

ระหว่างปี 2010 ถึง 2021 ธนาคารกลางทั่วโลกซื้อทองคำสุทธิเฉลี่ยราว 473 ตันต่อปี ตัวเลขนี้ก็ถือว่าเยอะแล้วในเชิงประวัติศาสตร์ เพราะก่อนหน้ายุคนั้นธนาคารกลางหลายแห่งเป็นฝ่ายขายทองด้วยซ้ำ

แล้วในปี 2022 ตัวเลขนั้นพุ่งทะลุ 1,000 ตัน และไม่ได้เป็นแค่ปีเดียว มันยืนเหนือระดับพันตันต่ออีกสองปีติดกัน รวมเป็นสามปีติด ข้อมูลนี้มาจากรายงานของ World Gold Council ซึ่งเป็นแหล่งอ้างอิงมาตรฐานของตลาดทองคำโลก

เพื่อให้เห็นภาพ นี่คือการที่ผู้ซื้อกลุ่มหนึ่งเพิ่มการซื้อขึ้นเป็นราวสองเท่าของค่าเฉลี่ยเดิมที่ทำมาสิบกว่าปี แล้วทำแบบนั้นซ้ำสามปี โดยไม่มีการแถลงข่าวใหญ่ ไม่มีการโฆษณา และส่วนใหญ่ไม่ได้อธิบายเหตุผลต่อสาธารณะเลย

ผู้ซื้อกลุ่มนี้ต่างจากเรายังไง

ก่อนจะตีความ ต้องเข้าใจก่อนว่าธนาคารกลางไม่ได้ซื้อทองด้วยเหตุผลเดียวกับนักลงทุนทั่วไป นักลงทุนทั่วไปซื้อเพราะอยากได้กำไร ธนาคารกลางไม่ได้ถูกวัดผลด้วยกำไร เขาถูกวัดผลด้วยเสถียรภาพของประเทศ

ความต่างข้อนี้เปลี่ยนทุกอย่าง เพราะมันแปลว่าเขาไม่มีแรงกดดันให้ขายเวลาราคาลง เขาไม่มีลูกค้าที่จะมาไถ่ถอนเงินคืน และเขาไม่ต้องตอบคำถามว่าทำไมผลตอบแทนไตรมาสนี้แพ้ตลาด เขาเป็นเงินประเภทเดียวกับ กองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติ คือเงินที่ไม่ต้องรีบ ซึ่งเป็นสถานะที่หายากมากในตลาดการเงิน

อีกจุดที่ต้องเข้าใจคือทองมีคุณสมบัติหนึ่งที่สินทรัพย์สำรองอื่นไม่มี — มันไม่ใช่หนี้ของใครเลย เวลาประเทศหนึ่งถือพันธบัตรรัฐบาลของอีกประเทศ สิ่งที่เขาถืออยู่จริง ๆ คือคำสัญญาว่าจะได้เงินคืน คำสัญญานั้นขึ้นอยู่กับทั้งความสามารถและความเต็มใจของอีกฝ่าย แต่ทองคำในห้องนิรภัยไม่ต้องพึ่งความเต็มใจของใครทั้งสิ้น

แล้วอะไรทำให้ปี 2022 ต่างออกไป

ปี 2022 เป็นปีที่โลกได้เห็นสิ่งที่ไม่เคยเห็นในระดับนั้นมาก่อน คือการที่ทุนสำรองเงินตราต่างประเทศของประเทศหนึ่งถูกอายัดจากมาตรการคว่ำบาตร เหตุการณ์นั้นส่งข้อความที่ชัดมากไปยังผู้จัดการทุนสำรองทั่วโลก ว่าสินทรัพย์สำรองที่ฝากไว้ในระบบของประเทศอื่น อาจใช้ไม่ได้ในวันที่ความสัมพันธ์ทางการเมืองเปลี่ยน

เราไม่สามารถเข้าไปอ่านใจผู้ว่าการธนาคารกลางแต่ละประเทศได้ และหลายแห่งก็ไม่ได้ประกาศเหตุผล แต่สิ่งที่บอกได้อย่างมั่นใจคือพฤติกรรมเปลี่ยนไปจริงและเปลี่ยนพร้อมกันหลายประเทศ ในจังหวะเวลาที่ตรงกับเหตุการณ์นั้น

ข้อควรระวังในการตีความ

การที่ธนาคารกลางซื้อทองไม่ได้แปลว่าราคาทองจะขึ้นในเดือนหน้า และไม่ใช่คำแนะนำให้ใครทำอะไรทั้งสิ้น กรอบเวลาของผู้ซื้อกลุ่มนี้คือสิบปีขึ้นไป ซึ่งไม่ใช่กรอบเวลาเดียวกับคนทั่วไป การเอาการกระทำของเขามาใช้เป็นสัญญาณซื้อขายระยะสั้นคือการอ่านผิดวิธีตั้งแต่ต้น

ทำไมเรื่องนี้ถึงสำคัญกับคนธรรมดา

ไม่ใช่เพราะมันบอกว่าควรทำอะไร แต่เพราะมันบอกว่าโลกกำลังคิดอะไรอยู่ ตลอดหลายสิบปีที่ผ่านมา ระบบการเงินโลกตั้งอยู่บนสมมติฐานว่าสินทรัพย์ที่ปลอดภัยที่สุดคือพันธบัตรรัฐบาลของประเทศใหญ่ ถ้าผู้เล่นที่ใหญ่ที่สุดในระบบเริ่มกระจายความเสี่ยงออกจากสมมติฐานนั้น มันไม่ใช่เรื่องเล็ก

สิ่งนี้ยังอธิบายด้วยว่าทำไมความสัมพันธ์เดิม ๆ ที่ตำราสอนถึงเริ่มใช้ไม่ค่อยได้ ตำราบอกว่าราคาทองควรเดินสวนทางกับ real yield เพราะทองไม่จ่ายดอกเบี้ย แต่ถ้าผู้ซื้อรายใหญ่ไม่ได้ซื้อเพื่อผลตอบแทนตั้งแต่แรก ความสัมพันธ์นั้นก็อ่อนแรงลงเป็นธรรมดา ผู้เล่นเปลี่ยน กติกาก็เปลี่ยน

ปิดท้าย

สิ่งที่ควรเก็บกลับไปจากเรื่องนี้ไม่ใช่ตัวเลข แต่คือวิธีมอง — เวลาจะอ่านการกระทำของใครในตลาด ให้ถามก่อนว่าเขาถูกวัดผลด้วยอะไร คนที่ถูกวัดผลรายไตรมาสจะทำอย่างหนึ่ง คนที่ถูกวัดผลด้วยความอยู่รอดของประเทศในอีกสามสิบปีจะทำอีกอย่างหนึ่ง

และเมื่อเงินประเภทหลังเริ่มขยับ มันมักจะขยับก่อนที่เหตุผลของมันจะกลายเป็นข่าวหน้าหนึ่ง


อ่านคำที่เกี่ยวข้อง: safe haven · real yield · sovereign wealth fund · copper-gold ratio

ที่มาของตัวเลข: World Gold Council · ข้อมูลถึงปี 2024

เพจนี้เล่าเรื่องและให้ความรู้ ไม่ชี้เป้า ไม่แนะนำซื้อขายรายตัว