บทเรียน Cisco ปี 2000
บริษัทไม่ได้เจ๊ง ธุรกิจยังโตมาตลอด — สิ่งที่พังคือราคาที่จ่ายไปในวันที่ทุกคนเห็นตรงกันว่ามันคือบริษัทที่ดีที่สุดในโลก
วันที่ทุกอย่างสมเหตุสมผลที่สุด
27 มีนาคม 2000 Cisco Systems แซง Microsoft ขึ้นเป็นบริษัทที่มีมูลค่าตลาดสูงที่สุดในโลก ราคาหุ้นในวันนั้นอยู่ที่ 80.06 ดอลลาร์
ถ้าคุณย้อนกลับไปนั่งฟังเหตุผลของคนที่ซื้อในวันนั้น คุณจะพบว่ามันฟังขึ้นทุกข้อ อินเทอร์เน็ตกำลังจะเปลี่ยนโลกจริง ๆ ซึ่งก็เกิดขึ้นจริง Cisco ขายอุปกรณ์เครือข่ายที่ทุกคนต้องใช้เพื่อสร้างอินเทอร์เน็ต ซึ่งก็จริงอีก ไม่ว่าเว็บไซต์ไหนจะชนะหรือแพ้ ทุกคนก็ต้องซื้ออุปกรณ์ของเขาอยู่ดี มันคือ purest play ที่สมบูรณ์แบบของยุค
ทุกข้อในย่อหน้าข้างบนถูกต้องหมด และนั่นคือส่วนที่น่ากลัวที่สุดของเรื่องนี้
สิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากนั้น
เมื่อฟองสบู่ดอตคอมแตก ราคาหุ้น Cisco ร่วงลงเหลือ 10.32 ดอลลาร์ในปี 2002 นั่นคือการหายไปของมูลค่าราวแปดสิบเจ็ดเปอร์เซ็นต์จากจุดสูงสุด
แต่ตรงนี้ต้องพูดให้ชัด เพราะคนมักเข้าใจผิด — บริษัทไม่ได้ล้ม Cisco ยังคงเป็นผู้เล่นหลักของอุตสาหกรรมอุปกรณ์เครือข่ายมาตลอดสองทศวรรษถัดมา ยังมีกำไร ยังจ่ายปันผล ยังเป็นบริษัทที่ใครก็อยากทำงานด้วย เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องบริษัทที่พังทลาย มันคือเรื่องราคาที่จ่ายเกินความจริงไปมาก
ราคาที่ทำจุดสูงสุดในเดือนมีนาคม 2000 กลับมาแตะจุดเดิมได้อีกครั้งเมื่อเดือนธันวาคม 2025 รวมเวลาที่ต้องรอทั้งสิ้น 25 ปี 8 เดือน
ลองคิดเป็นชีวิตคนดู
คนที่ซื้อในวันนั้นตอนอายุสามสิบ ได้กลับมาเท่าทุนตอนอายุห้าสิบห้า ทั้งที่เขาวิเคราะห์ธุรกิจถูกทุกข้อ นี่คือความเสี่ยงชนิดที่ไม่มีในตำราส่วนใหญ่ — ไม่ใช่ความเสี่ยงว่าจะเลือกบริษัทผิด แต่คือความเสี่ยงว่าจะจ่ายราคาผิด
ทำไมราคาถึงไปได้ไกลขนาดนั้น
คำอธิบายที่ตรงที่สุดคือกลไก reflexivity ราคาที่ขึ้นทำให้คนเชื่อมากขึ้น ความเชื่อที่มากขึ้นทำให้เงินไหลเข้ามากขึ้น เงินที่ไหลเข้าทำให้ราคาขึ้นอีก และในระหว่างนั้นบทวิเคราะห์ก็ทยอยปรับเป้าหมายราคาขึ้นตามราคาที่เห็น ไม่ใช่ตามตัวเลขธุรกิจที่เปลี่ยน
อีกส่วนหนึ่งคือเรื่องเล่าที่ดีเกินไป เรื่องเล่าที่ผิดชัดเจนจะถูกจับได้เร็ว แต่เรื่องเล่าที่ถูกต้องแต่ถูกจ่ายราคาเกินไปมาก จะอยู่ได้นานมาก เพราะทุกครั้งที่มีคนตั้งคำถาม ก็จะมีข้อเท็จจริงจริง ๆ มายืนยันว่าเรื่องเล่านั้นถูก อินเทอร์เน็ตโตจริง Cisco ขายของได้จริง ทุกอย่างจริงหมด ยกเว้นสมมติฐานเรื่องความเร็วและระยะเวลาที่ฝังอยู่ในราคา
สิ่งที่ควรเก็บกลับไป
ข้อแรกและสำคัญที่สุด "บริษัทดี" กับ "การลงทุนที่ดี" เป็นคนละคำถามกัน คำถามแรกถามถึงคุณภาพของธุรกิจ คำถามที่สองถามถึงส่วนต่างระหว่างราคากับมูลค่า คนจำนวนมากตอบคำถามแรกได้ดีมากแล้วเข้าใจว่าตัวเองตอบคำถามที่สองไปแล้วด้วย
ข้อสอง เวลาที่ต้องรอคือต้นทุนที่ไม่มีใครใส่ในสมการ การขาดทุนแปดสิบเปอร์เซ็นต์แล้วกลับมาเท่าทุนใน 25 ปี ในทางบัญชีคือเสมอตัว แต่ในทางชีวิตจริงคือการเสียโอกาสไปทั้งยุค และเสียกำลังใจไปมากกว่านั้น
ข้อสาม ตอนที่ทุกคนเห็นตรงกันหมด คือตอนที่ราคาแพงที่สุดเสมอ ความเห็นพ้องไม่ได้ทำให้อะไรถูกหรือผิด แต่มันบอกได้ว่าข่าวดีถูกรวมเข้าไปในราคาไปแล้วมากแค่ไหน ซึ่งเป็นคำถามเดียวกับที่เราคุยกันในบทความ ถ้าทุกคนอยู่ข้างเดียวกันหมด ใครจะซื้อต่อ
ปิดท้าย
ทุกยุคมีบริษัทที่ดีที่สุดในโลกของยุคนั้น และทุกยุคมีช่วงเวลาที่ทุกคนเห็นตรงกันว่ามันคือบริษัทนั้นจริง ๆ ประวัติศาสตร์ไม่ได้บอกว่าอย่าซื้อบริษัทดี มันบอกแค่ว่าให้ถามด้วยว่าราคานี้ได้รวมอนาคตไว้กี่ปีแล้ว
เพราะสิ่งที่ทำให้คนติดดอยยาวนานที่สุด ไม่เคยเป็นบริษัทแย่ ๆ คนไม่ถือบริษัทแย่ไว้ยี่สิบห้าปีหรอก คนถือของดีต่างหากที่ถือได้นานขนาดนั้น
อ่านคำที่เกี่ยวข้อง: purest play · reflexivity · falling knife · capitulation
เพจนี้เล่าเรื่องและให้ความรู้ ไม่ชี้เป้า ไม่แนะนำซื้อขายรายตัว