วิกฤตพันธบัตรอังกฤษ 2022: เมื่อของที่ปลอดภัยที่สุดกลายเป็นระเบิด
กันยายน 2022 รัฐบาลอังกฤษประกาศลดภาษีก้อนใหญ่โดยไม่บอกว่าเงินมาจากไหน ไม่กี่วันต่อมา ดอกเบี้ยพันธบัตร 30 ปีพุ่งเกิน 5% กองทุนบำนาญเกือบล้ม
งบประมาณที่ตลาดไม่ยอมรับ
23 กันยายน 2022 รัฐมนตรีคลังอังกฤษประกาศแผนที่เรียกกันว่ามินิบัดเจ็ต ลดภาษีราว 45,000 ล้านปอนด์ ตลาดถามทันทีว่าเงินจะมาจากไหน
คำตอบที่ตลาดคิดเองคือรัฐบาลต้องกู้เพิ่ม คนเทขายพันธบัตรอังกฤษ และค่าเงินปอนด์ร่วงไปแตะระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์เทียบดอลลาร์
ช่วงนั้นเงินเฟ้ออังกฤษสูงราวสิบเปอร์เซ็นต์ และธนาคารกลางอังกฤษกำลังขึ้นดอกเบี้ยเพื่อสู้ การที่รัฐบาลอัดฉีดเงินด้วยการลดภาษีก้อนใหญ่ในเวลาเดียวกัน จึงเหมือนคนหนึ่งเหยียบเบรก อีกคนเหยียบคันเร่ง ที่แย่กว่านั้นคือแผนนี้ประกาศโดยไม่มีการประเมินจากหน่วยงานอิสระด้านงบประมาณอย่างที่เคยทำกันตามปกติ ตลาดจึงไม่มีตัวเลขอะไรให้เชื่อ
ระเบิดที่ซ่อนอยู่ในกองทุนบำนาญ
ถ้าเรื่องจบแค่ดอกเบี้ยพันธบัตรขึ้น ก็คงเป็นแค่วันแย่ ๆ ของตลาด แต่อังกฤษมีกลไกที่คนนอกแทบไม่รู้จัก เรียกว่า LDI ซึ่งกองทุนบำนาญจำนวนมากใช้จับคู่เงินลงทุนกับภาระที่ต้องจ่ายคนเกษียณในอนาคต วิธีที่ใช้คือสัญญาอนุพันธ์ผูกกับพันธบัตรรัฐบาลระยะยาว ซึ่งทำให้กองทุนมี leverage ซ่อนอยู่โดยที่หน้าตาดูปลอดภัยมาก
สัญญาเหล่านั้นทำงานดีตราบใดที่ดอกเบี้ยขยับช้า ๆ แต่เมื่อดอกเบี้ยพันธบัตรระยะยาวพุ่งแรงในไม่กี่วัน กองทุนถูกเรียกหลักประกันเพิ่มเป็นเงินก้อนใหญ่ทันที ทางเดียวที่หาเงินสดได้เร็วคือขายพันธบัตรรัฐบาลที่ถืออยู่
นี่คือจุดที่วงจรเริ่มกินตัวเอง การขายพันธบัตรดันดอกเบี้ยให้ขึ้นอีก ดอกเบี้ยที่ขึ้นทำให้ต้องวางหลักประกันเพิ่มอีก ซึ่งบังคับให้ขายพันธบัตรมากขึ้นอีก ดอกเบี้ยพันธบัตร 30 ปีที่เคยอยู่ราว 3.7% ก่อนมินิบัดเจ็ต พุ่งขึ้นเกิน 5% ภายในไม่กี่วันทำการ การเคลื่อนไหวระดับนี้ในพันธบัตรรัฐบาลของประเทศพัฒนาแล้ว แทบไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน
ธนาคารกลางต้องกลับลำ
28 กันยายน 2022 ธนาคารกลางอังกฤษประกาศเข้าซื้อพันธบัตรระยะยาวเป็นการชั่วคราว เพื่อหยุดวงจรขายไม่ให้ลามจนกองทุนบำนาญล้มเป็นทอด ๆ ทั้งที่ธนาคารกลางเดียวกันกำลังอยู่ในช่วงขึ้นดอกเบี้ยและเตรียมลดการถือพันธบัตรลง การตัดสินใจนี้จึงเหมือนต้องดับไฟก่อน แล้วค่อยกลับไปทำงานเดิม
ทางการเมือง ราคาที่ต้องจ่ายสูงมาก รัฐมนตรีคลังถูกปลดในกลางเดือนตุลาคม มาตรการลดภาษีส่วนใหญ่ถูกยกเลิก และนายกรัฐมนตรีลาออกหลังอยู่ในตำแหน่งได้ไม่ถึงสองเดือน หนังสือพิมพ์แท็บลอยด์ฉบับหนึ่งถึงกับตั้งกล้องถ่ายทอดสดผักกาดหอม แข่งว่าผักจะเหี่ยวก่อนหรือนายกฯ จะอยู่ไม่ถึง และผักกาดเป็นฝ่ายชนะ
ของที่ปลอดภัยก็มีเงินกู้ซ่อนอยู่ได้
พันธบัตรรัฐบาลอังกฤษคือหนึ่งในสินทรัพย์ที่ปลอดภัยที่สุดในโลกตามตำรา และกองทุนบำนาญคือนักลงทุนที่ระมัดระวังที่สุดในระบบ แต่เมื่อของที่ปลอดภัยถูกถือด้วยเงินกู้ มันจะมีจุดที่ต้องขายโดยไม่มีทางเลือก และจุดนั้นมักมาถึงพร้อมกันทั้งตลาด ความปลอดภัยของสินทรัพย์ไม่ได้ทำให้โครงสร้างที่ถือมันปลอดภัยตามไปด้วย
บทเรียนจากไม่กี่วันที่ระบบเกือบพัง
ข้อแรก ความน่าเชื่อถือด้านการคลังคือสินทรัพย์ที่มองไม่เห็นจนวันที่มันหายไป ประเทศพัฒนาแล้วก็โดนตลาดลงโทษได้ ถ้าตลาดเลิกเชื่อว่ารัฐบาลรู้ว่าตัวเองกำลังทำอะไร เรื่องนี้เกี่ยวกับตลาดพันธบัตรของทุกประเทศ รวมถึงสหรัฐ
ข้อสอง ความเสี่ยงของระบบมักอยู่ในมุมที่น่าเบื่อที่สุด ไม่มีใครเฝ้าดูกองทุนบำนาญเหมือนเฝ้าดูหุ้นเทคโนโลยี แต่วิกฤตครั้งนี้เริ่มจากตรงนั้น เพราะเงินกู้และการเรียกหลักประกันซ่อนอยู่ในที่ที่ไม่มีใครคาดว่าจะเจอ
ข้อสาม สิ่งที่วัดความเครียดของตลาดพันธบัตรได้ก่อนคนอื่นคือความผันผวนของมัน ซึ่งดูได้จาก MOVE Index และสภาพคล่องที่หายไปในวันที่ทุกคนต้องขายพร้อมกัน เหมือนที่เกิดกับ LTCM ในปี 1998
อ่านคำที่เกี่ยวข้อง: margin call · leverage · สภาพคล่อง · MOVE Index
บทความที่ต่อกัน: LTCM 1998 · วันพุธทมิฬ 1992
เพจนี้เล่าเรื่องและให้ความรู้ ไม่ชี้เป้า ไม่แนะนำซื้อขายรายตัว