พี่น้องฮันต์: มหาเศรษฐีที่พยายามกว้านซื้อแร่เงินทั้งตลาด
ปลายทศวรรษ 1970 สองพี่น้องมหาเศรษฐีจากเท็กซัสกว้านซื้อแร่เงินจนราคาขึ้นจากราว 6 ดอลลาร์ไปเกือบ 50 แล้วทุกอย่างพังในวันเดียว
เศรษฐีน้ำมันที่ไม่ไว้ใจเงินดอลลาร์
Nelson Bunker Hunt กับ William Herbert Hunt ลูกชายเจ้าพ่อน้ำมันเท็กซัส เชื่อว่าเงินเฟ้อจะกินค่าเงินดอลลาร์จนไม่เหลือ
พวกเขาเลยอยากถือของจริงแทนกระดาษ และเลือกแร่เงิน ทั้งแท่งโลหะจริงและสัญญาฟิวเจอร์สที่ต้องส่งมอบของจริงเมื่อหมดอายุ
บริบทของยุคนั้นสำคัญ ทศวรรษ 1970 สหรัฐเจอเงินเฟ้อสูงต่อเนื่อง ราคาน้ำมันพุ่งสองรอบ และค่าเงินดอลลาร์เพิ่งหลุดจากการผูกกับทองคำในปี 1971 ความกลัวว่าเงินกระดาษจะไร้ค่าไม่ใช่ความคิดแปลกประหลาด แต่พี่น้องฮันต์ทำสิ่งที่คนทั่วไปทำไม่ได้ คือซื้อในขนาดที่ใหญ่พอจะเปลี่ยนราคาของทั้งตลาด
ยิ่งซื้อ ยิ่งรวย ยิ่งกู้ได้มาก
พี่น้องฮันต์และพันธมิตรจากตะวันออกกลางทยอยสะสมแร่เงินจนถือในระดับหลายสิบล้านออนซ์ และยังถือสัญญาฟิวเจอร์สอีกจำนวนมาก แทนที่จะขายสัญญาทิ้งก่อนหมดอายุเหมือนนักเก็งกำไรทั่วไป พวกเขาเรียกรับของจริง ทำให้แร่เงินที่พร้อมส่งมอบในตลาดหายไปเรื่อย ๆ
วงจรที่เกิดขึ้นเป็นวงจรเดียวกับทุกฟองสบู่ ยิ่งซื้อ ราคายิ่งขึ้น ยิ่งราคาขึ้น แร่เงินที่ถืออยู่ยิ่งมีมูลค่าบนกระดาษ ยิ่งมีมูลค่า ยิ่งเอาไปค้ำเพื่อกู้เงินมาซื้อเพิ่มได้ ราคาแร่เงินขึ้นจากราว 6 ดอลลาร์ต่อออนซ์ต้นปี 1979 ไปถึง 49.45 ดอลลาร์ในวันที่ 17 มกราคม 1980
ราคาที่พุ่งขนาดนี้สร้างภาพประหลาดทั่วอเมริกา คนเอาช้อนส้อมเงินและของสะสมเก่า ๆ ในบ้านไปขายให้ร้านรับซื้อเพื่อหลอมเป็นแท่ง บริษัทที่ต้องใช้แร่เงินในการผลิตโวยวายเรื่องต้นทุน แม้แต่ร้านเครื่องประดับเงินเก่าแก่ในนิวยอร์กยังลงโฆษณาต่อว่าคนที่กว้านซื้อตลาดแร่เงิน
เจ้ามือเปลี่ยนกติกา
ตลาดฟิวเจอร์สมองเห็นอันตราย ต้นเดือนมกราคม 1980 ตลาด COMEX ออกกฎจำกัดการซื้อด้วยเงินกู้ และให้ซื้อขายได้เฉพาะเพื่อปิดสถานะเดิม ผู้กำกับดูแลเพิ่มหลักประกันที่ต้องวาง ผู้ซื้อหน้าใหม่ถูกตัดออกจากเกม เมื่อไม่มีคนซื้อใหม่ ราคาที่ถูกดันด้วยเงินกู้ก็เริ่มไหลลง
พร้อมกันนั้น ธนาคารกลางสหรัฐภายใต้ Paul Volcker ขึ้นดอกเบี้ยอย่างหนักเพื่อสู้เงินเฟ้อ ต้นทุนเงินกู้ของพี่น้องฮันต์แพงขึ้นทุกเดือน ขณะที่หลักประกันของพวกเขาราคาลดลงทุกวัน
27 มีนาคม 1980 พี่น้องฮันต์วางหลักประกันเพิ่มตามที่โบรกเกอร์เรียกไม่ได้ ราคาแร่เงินร่วงจาก 21.62 ดอลลาร์ลงไป 10.80 ดอลลาร์ในวันเดียว วันนั้นถูกเรียกว่า Silver Thursday โบรกเกอร์และธนาคารที่ปล่อยกู้ให้พวกเขาเสี่ยงล้มตาม กลุ่มธนาคารต้องรวมกันปล่อยสินเชื่อราว 1,100 ล้านดอลลาร์ให้พี่น้องฮันต์เพื่อไม่ให้ความเสียหายลามไปทั้งระบบ
ตอนจบของคนที่เคยรวยที่สุด
หลายปีต่อมา คณะลูกขุนในสหรัฐตัดสินว่าพี่น้องฮันต์มีส่วนปั่นตลาดแร่เงิน ต้องจ่ายค่าเสียหายก้อนใหญ่ และในปลายทศวรรษ 1980 ทั้งคู่ก็ยื่นล้มละลายส่วนตัว ครอบครัวที่เคยเป็นหนึ่งในตระกูลที่รวยที่สุดของอเมริกา เสียความมั่งคั่งส่วนใหญ่ไปกับการเดิมพันที่เริ่มจากความกลัวเงินเฟ้อ ซึ่งในเชิงหลักการไม่ได้ผิดเลย
สิ่งที่คน 1% เจอแต่คนทั่วไปไม่เคยเจอ
ข้อแรก ถ้าคุณใหญ่พอจะเป็นราคาของตลาด คุณจะไม่มีวันขายได้ที่ราคานั้น เพราะคนที่จะซื้อต่อจากคุณ มีแค่คุณเอง กำไรบนกระดาษของคนที่คุมตลาดจึงเป็นกำไรที่แปลงเป็นเงินสดไม่ได้
ข้อสอง กติกาของตลาดเปลี่ยนกลางเกมได้เสมอ ตลาดซื้อขายล่วงหน้าเพิ่มหลักประกัน จำกัดการเปิดสถานะใหม่ หรือเปลี่ยนเงื่อนไขได้เมื่อเห็นว่าระบบเสี่ยง คนที่ใช้เงินกู้สูงคือคนที่ได้รับผลกระทบก่อนใครทุกครั้ง
ข้อสาม ความคิดที่ถูกกับวิธีที่ใช้ เป็นคนละเรื่องกัน ความกลัวเงินเฟ้อของพี่น้องฮันต์ถูกในเชิงหลักการ แต่ขนาดของเดิมพันและเงินกู้ที่ใช้ ทำให้ความถูกต้องนั้นไม่มีโอกาสได้พิสูจน์ตัวเอง
อ่านคำที่เกี่ยวข้อง: margin call · ฟองสบู่ · leverage · safe haven
บทความที่ต่อกัน: ดอกเบี้ย 20% ของโวลเกอร์ · น้ำมันติดลบ 2020
เพจนี้เล่าเรื่องและให้ความรู้ ไม่ชี้เป้า ไม่แนะนำซื้อขายรายตัว