โวลเกอร์ 1980: ดอกเบี้ย 20% กับทองคำ 850 ดอลลาร์
ปี 1980 เงินเฟ้อสหรัฐพุ่งเกือบ 15% ทองขึ้นไปแตะ 850 ดอลลาร์ ประธานเฟดคนใหม่เลือกยาที่ขมที่สุด คือดันดอกเบี้ยขึ้นไปแถว 20%
ทศวรรษที่ของแพงขึ้นทุกปี
ทศวรรษ 1970 อเมริกาเจอวิกฤตน้ำมันสองรอบและเงินเฟ้อที่ไม่ยอมลง คนเชื่อว่าของจะแพงขึ้นทุกปี จึงรีบซื้อก่อน ยิ่งทำให้ของแพงเร็วขึ้น
สิงหาคม 1979 Paul Volcker ขึ้นเป็นประธานธนาคารกลางสหรัฐ สองเดือนต่อมา เขาเปลี่ยนวิธีทำงานของเฟดทั้งระบบในการประชุมวันเสาร์
ก่อนหน้า Volcker เฟดเคยพยายามสู้เงินเฟ้อหลายรอบ แต่ทุกครั้งที่เศรษฐกิจเริ่มเจ็บ ก็ถอยกลับมาลดดอกเบี้ยก่อนงานจะเสร็จ ผลคือคนทั้งประเทศเรียนรู้ว่าเงินเฟ้อจะกลับมาเสมอ และตั้งราคาสินค้ากับค่าจ้างเผื่อไว้ล่วงหน้า ความเชื่อนี้เองที่ทำให้เงินเฟ้อฝังรากจนดอกเบี้ยระดับปกติเอาไม่อยู่
ยาที่ขมที่สุด
6 ตุลาคม 1979 เฟดประกาศว่าจะเลิกคุมดอกเบี้ย แล้วหันไปคุมปริมาณเงินในระบบแทน ปล่อยให้ดอกเบี้ยวิ่งไปถึงระดับไหนก็ได้ที่ตลาดกำหนด ผลคือดอกเบี้ยพุ่งขึ้นอย่างที่คนรุ่นนั้นไม่เคยเห็น ดอกเบี้ยนโยบายขึ้นไปแถว 20% ในปี 1981 ดอกเบี้ยเงินกู้ลูกค้าชั้นดีของธนาคารพุ่งเกิน 20% อัตราดอกเบี้ยบ้านสูงจนแทบไม่มีใครซื้อบ้านได้
ช่วงเดียวกัน ความกลัวว่าเงินกระดาษจะไร้ค่าดันราคาสินทรัพย์จริงขึ้นแบบบ้าคลั่ง ทองคำขึ้นไปแตะ 850 ดอลลาร์ต่อออนซ์ในวันที่ 21 มกราคม 1980 และแร่เงินขึ้นไปเกือบ 50 ดอลลาร์ในช่วงเวลาเดียวกัน ซึ่งเป็นเรื่องที่พันกับการกว้านซื้อของพี่น้องฮันต์
เงินเฟ้อของสหรัฐขึ้นไปสูงสุดราว 14.8% ในเดือนมีนาคม 1980 เศรษฐกิจเข้าสู่ภาวะถดถอยสองรอบติดกัน อัตราการว่างงานพุ่งเกิน 10% ในปลายปี 1982 เกษตรกรที่ขาดทุนเพราะดอกเบี้ยแพงขับรถแทรกเตอร์มาประท้วงถึงหน้าอาคารเฟดในวอชิงตัน ผู้รับเหมาก่อสร้างส่งท่อนไม้ที่ขายไม่ได้ทางไปรษณีย์ไปให้ Volcker ถึงโต๊ะทำงาน
ผลที่ตามมาหลายปี
Volcker ไม่ถอย และครั้งนี้ยาได้ผล เงินเฟ้อลดลงมาอยู่แถว 3–4% ภายในปี 1983 ที่สำคัญกว่าตัวเลขคือความเชื่อของคนทั้งประเทศเปลี่ยนไป คนเริ่มเชื่อว่าธนาคารกลางเอาจริง การตั้งราคาและค่าจ้างเผื่อเงินเฟ้อค่อย ๆ หายไป เปิดทางให้ดอกเบี้ยค่อย ๆ ลดลงได้ในอีกหลายสิบปีต่อมา
ส่วนทองคำ หลังแตะ 850 ดอลลาร์ ราคาร่วงลงมาเหลือราว 300 ดอลลาร์ภายในปี 1982 และต้องใช้เวลาถึงปี 2008 ราคาถึงจะกลับขึ้นไปเหนือ 850 ดอลลาร์ได้อีกครั้ง คนที่ซื้อทองตอนพีคปี 1980 ต้องถือยาว 28 ปีกว่าจะเท่าทุนในตัวเลขที่ยังไม่หักเงินเฟ้อ
ทำไมทองกลัวดอกเบี้ยจริง
ทองไม่มีดอกเบี้ย ไม่มีปันผล ตอนที่เงินฝากให้ผลตอบแทนน้อยกว่าเงินเฟ้อ การถือทองจึงไม่เสียอะไร แต่เมื่อ Volcker ดันดอกเบี้ยให้สูงกว่าเงินเฟ้อหลายเปอร์เซ็นต์ การถือเงินสดกลับได้ผลตอบแทนจริงเป็นบวกก้อนใหญ่ ต้นทุนของการถือทองจึงพุ่งขึ้นทันที ตัวเลขที่วัดเรื่องนี้เรียกว่า real yield และมันยังเป็นตัวเลขที่ตลาดทองสนใจที่สุดจนถึงทุกวันนี้
ทำไมเรื่องนี้ยังสำคัญวันนี้
ทุกครั้งที่เงินเฟ้อกลับมา ตลาดจะหยิบชื่อ Volcker ขึ้นมาถามคำถามเดียวกัน ธนาคารกลางยุคนี้จะยอมให้เศรษฐกิจเจ็บเพื่อฆ่าเงินเฟ้อไหม หรือจะถอยก่อนงานเสร็จเหมือนทศวรรษ 1970 คำตอบของคำถามนี้กำหนดทิศของดอกเบี้ย ค่าเงิน และทองคำไปอีกหลายปี
อีกบทเรียนคือ สินทรัพย์ที่ขึ้นเพราะความกลัว มักลงเร็วเมื่อความกลัวถูกแก้ ทองในปี 1980 ไม่ได้ขึ้นผิด เงินเฟ้อตอนนั้นร้ายแรงจริง แต่ราคาที่พีคสะท้อนสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุดไปแล้ว พอ Volcker แก้ต้นเหตุได้ ราคาที่วิ่งนำไปก่อนก็ต้องคืนกลับมา
และบทเรียนสุดท้ายเป็นเรื่องของภาวะชะงักงันพร้อมเงินเฟ้อ ในยุคนั้น ไม่มีทางออกที่ไม่เจ็บ มีแค่เลือกว่าจะเจ็บแบบไหน และเจ็บนานแค่ไหน
อ่านคำที่เกี่ยวข้อง: real yield · stagflation · safe haven · DXY
บทความที่ต่อกัน: พี่น้องฮันต์กับแร่เงิน · ธนาคารกลางซื้อทอง
เพจนี้เล่าเรื่องและให้ความรู้ ไม่ชี้เป้า ไม่แนะนำซื้อขายรายตัว