ฟรังก์สวิส 2015: วันที่ค่าเงินกระโดด 30% ในไม่กี่นาที
ธนาคารกลางสวิสสัญญาว่าจะไม่ให้ฟรังก์แข็งเกิน 1.20 ต่อยูโร แล้วเช้าวันหนึ่งก็เลิกสัญญาโดยไม่บอกล่วงหน้า ราคากระโดดเกิน 30% ในไม่กี่นาที
เส้นที่ยืนอยู่สามปีกว่า
ปี 2011 คนทั่วโลกหนีวิกฤตหนี้ยุโรปมาถือฟรังก์สวิส ฟรังก์แข็งจนผู้ส่งออกสวิสเดือดร้อนหนัก ธนาคารกลางสวิสจึงประกาศเส้นขั้นต่ำที่ 1.20
เส้นนั้นยืนอยู่สามปีกว่า นานพอที่คนจะเลิกมองว่ามันคือความเสี่ยง และเริ่มมองว่ามันคือพื้นที่ปลอดภัย
วิธีที่ธนาคารกลางสวิสรักษาเส้น คือพิมพ์เงินฟรังก์ออกมาขายแลกยูโรไม่จำกัดจำนวน ทุกครั้งที่ราคาเข้าใกล้ 1.20 นักเทรดจำนวนมากจึงเล่นเกมที่ดูเหมือนไม่มีทางเสีย คือซื้อยูโรใกล้เส้น เพราะเชื่อว่ามีธนาคารกลางยืนรับอยู่ข้างหลัง บางคนใช้ leverage สูงมาก เพราะการเหวี่ยงของราคาดูแคบจนไม่น่ากลัว
แต่เบื้องหลัง ต้นทุนของการรักษาเส้นโตขึ้นทุกเดือน ธนาคารกลางสวิสถือเงินตราต่างประเทศเพิ่มขึ้นมหาศาลจนงบดุลใหญ่เกินครึ่งของขนาดเศรษฐกิจทั้งประเทศ และต้นปี 2015 ตลาดคาดกันว่าธนาคารกลางยุโรปกำลังจะเริ่มอัดฉีดเงินรอบใหญ่ ซึ่งจะกดยูโรให้อ่อนลงอีก การยืนรับที่ 1.20 กำลังจะแพงขึ้นแบบไม่มีเพดาน
เช้าวันพฤหัสที่ 15 มกราคม
สามวันก่อนหน้า รองประธานธนาคารกลางสวิสยังให้สัมภาษณ์ว่าเส้น 1.20 ยังเป็นหัวใจของนโยบาย แล้วเช้าวันที่ 15 มกราคม 2015 ธนาคารกลางก็ประกาศยกเลิกเส้นนั้นทันที พร้อมลดดอกเบี้ยลงไปติดลบ 0.75%
ในไม่กี่นาที ยูโรร่วงจาก 1.20 ฟรังก์ไปต่ำกว่า 0.90 บางจังหวะลงไปแถว 0.85 แล้วค่อยเด้งกลับขึ้นมาบางส่วน แต่ก็ยังอยู่ห่างจาก 1.20 มาก แปลว่าฟรังก์แข็งค่าขึ้นกว่า 30% ในช่วงเวลาที่คนส่วนใหญ่ยังไม่ทันอ่านข่าวจบ ดัชนีหุ้นสวิสร่วงแรงในวันเดียวกัน เพราะบริษัทส่งออกรู้ทันทีว่าสินค้าตัวเองแพงขึ้นในสายตาคนซื้อทั้งโลก
ทำไมคำสั่งหยุดขาดทุนช่วยไม่ได้
คนจำนวนมากเข้าใจว่าคำสั่ง stop loss คือเบาะรองที่ราคาที่ตั้งไว้ ความจริงมันคือคำสั่งให้ขายที่ราคาถัดไปที่มีคนรับ ในวันปกติราคาถัดไปห่างกันนิดเดียว แต่วันนั้นไม่มีใครยอมซื้อยูโรที่ราคาไหนเลยอยู่หลายนาที ราคากระโดดข้ามคำสั่งทั้งหมดไป คำสั่งที่ตั้งไว้ที่ 1.19 ถูกจับคู่ที่ราคาห่างออกไปหลายร้อยจุด
คนที่ใช้เงินกู้สูง ขาดทุนเกินเงินในบัญชีทั้งหมด หลายคนกลายเป็นลูกหนี้ของโบรกเกอร์ในเช้าวันเดียว โบรกเกอร์ค่าเงินรายใหญ่ของสหรัฐรายหนึ่งแจ้งว่าลูกค้าติดลบรวมกันราว 225 ล้านดอลลาร์ จนต้องกู้เงินฉุกเฉิน 300 ล้านดอลลาร์เพื่ออยู่รอด ส่วนโบรกเกอร์บางรายในอังกฤษต้องปิดกิจการ
เส้นที่ใครสัญญาไว้ ไม่ใช่กฎฟิสิกส์
ธนาคารกลางไม่ได้โกหก เขาแค่เปลี่ยนใจเมื่อต้นทุนของคำสัญญาสูงเกินกว่าที่ยอมจ่าย และการเปลี่ยนใจที่ได้ผลที่สุดคือการเปลี่ยนแบบไม่มีใครรู้ล่วงหน้า เพราะถ้าบอกก่อน ทุกคนจะวิ่งหนีพร้อมกันก่อนวันประกาศ ความลับจึงเป็นส่วนหนึ่งของนโยบาย และคนที่ยืนพิงเส้นนั้นคือคนที่เจ็บที่สุด
บทเรียนสำหรับคนที่เทรดด้วยเงินกู้
ข้อแรก วัดความเสี่ยงจากราคาที่อาจกระโดดไปถึง ไม่ใช่จากราคาที่ตั้งคำสั่งไว้ ถ้าตลาดปิดช่องว่างข้ามคืนหรือข้ามข่าวได้ ขนาดสถานะต้องเผื่อกรณีนั้น ไม่ใช่เผื่อแค่ระยะถึง stop loss
ข้อสอง ความนิ่งที่ยาวนานทำให้คนเพิ่มเงินกู้ และเงินกู้ที่เพิ่มขึ้นทำให้วันที่ความนิ่งจบลงรุนแรงกว่าเดิม นี่คือรูปแบบเดียวกับการตรึงค่าเงินบาทปี 2540 และปอนด์ปี 1992 เพียงแต่ครั้งนี้คนที่ถือเส้นเป็นฝ่ายเลือกปล่อยเอง
ข้อสาม หลังเหตุการณ์นี้ หน่วยงานกำกับในหลายประเทศบังคับให้โบรกเกอร์ที่ให้บริการรายย่อยมีระบบกันยอดบัญชีติดลบ แต่กติกานี้ไม่ได้มีทุกที่ คนที่เทรดผลิตภัณฑ์ที่ใช้เงินกู้ควรรู้ว่าบัญชีของตัวเองอยู่ภายใต้กติกาแบบไหน ก่อนวันที่ต้องใช้มัน
อ่านคำที่เกี่ยวข้อง: ราคากระโดด (gap) · การตรึงค่าเงิน · leverage · safe haven
บทความที่ต่อกัน: วันพุธทมิฬ 1992 · น้ำมันติดลบ 2020
เพจนี้เล่าเรื่องและให้ความรู้ ไม่ชี้เป้า ไม่แนะนำซื้อขายรายตัว